แบบทดสอบ วิชาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา บทที่ 3


1. สาเหตุการสังคายนาครั้งที่ 3 มีบันทึกไว้ในที่ใดบ้าง

a) ไตรปิฏกบาลี เล่ม 7
b) คัมภีร์ธรรมเภทจักรศาตร์ของพระวสุมิตร
c) มหาธัมมวิภังคสูตร
d) ข้อ ก. และ ข.
2. ในหลักฐานฝ่ายเถรวาท ความขัดแย้งเป็นเหตุให้เกิดสังคายนาครั้งที่ 2 เกี่ยวข้องกับเรื่องใด

a) พระสงฆ์แตกความสามัคคีกันอย่างรุนแรง
b) พระชาวไพศาลี ปฏิบัติผิดพระธรรมวินัย
c) วัตถุ 10 ประการ ที่พระชาวไพสาลี ปฏิบัติอยู่
d) เรื่องการตั้งตนเป็นใหญ่ของพระไพศาลี
3. "ชโลคิง ปาตุง " เกี่ยวกับเรื่องใด

a) ฉันอาหารเวลาบ่าย
b) วัดเดียวกันทำอุโบสถ ๒ แห่ง
c) ทำผิดตามพระอุปัชฌาย์
d) ฉันเหล้าอ่อน ๆ
4. ฝ่ายมหายาน เชื่อว่าเหตุที่ทำสังคายนาครั้งที่ 2 คือ เรื่องใด

a) เรื่องพระปฏิบัติไม่เหมือนกัน
b) ความเห็นและข้อปฏิบัติของพระมหาเทวะ
c) พระเจ้ากาฬาโศกราช ทรงทำร้ายพระสงฆ์
d) พระสงฆ์วัชชีบุตรมีบุตรภรรยา
5. ท่านใดกล่าวกับพระชาววัชชีว่า ท่านไม่ยินดีในเงินที่ให้มา

a) พระมหาเทวะ
b) พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระ
c) พระโรจนะ
d) พระยสกากัณฑกบุตร
6. พระจันทร์พระอาทิตย์เศร้าหมอง เพราะหมอก น้ำค้าง ละอองควัน และอสุรินทราหู ส่วนสมณพราหมณ์เศร้าหมอง เพราะเรื่องใด

a) สุรา เมรัย เมถุน เงินทอง มิจฉาชีพ
b) สุรา เมรัย ปาณาติบาต อทินนาทาน
c) เงินทอง สตรี ดูดวง ไสยศาสตร์
d) ปาณาติบาต เมถุน อทินนาทาน สุราเมรัย
7. " อุปเขปนียกรรม " คืออะไร

a) ยกย่องเป็นครูอาจารย์
b) ขับออกจากหมู่คณะ
c) ยกเป็นที่ปรึกษา
d) ห้ามผู้ใดคบหาสมาคมด้วย
8. พระสงฆ์ที่เป็นศิษย์พระอานนท์ และเป็นที่ต้องการของพระสงฆ์ทั้งสองฝ่ายให้อยู่ฝ่ายตน ชื่ออะไร

a) พระเรวัตตะ แห่งอวันตีชนบท
b) พระเรวตะ แห่งโสเรยยนคร
c) พระสัมภูตะ แห่งอโหคังคบรรพต
d) พระยสกากัณฑกบุตร แห่งโกสัมพี
9. พระเจ้ากาฬาโศกราช หันมาสนับสนุนฝ่ายพระยสกากัณฑกบุตร เพราะท่านใด

a) พระสัมภูตเถระ
b) นันทาเถรีภิกษุณี
c) พระเรวตเถระ
d) พระมหาเทวะ
10. ท่านใดเห็นว่า อธิกรณ์เกิดขึ้นที่ใด ควรระงับ ณ ที่นั้น

a) พระสัมภูตะ
b) พระยสกากัณฑกบุตร
c) พระเรวตะ
d) พระสัพพกามี
11. การระงับอธิการตามข้อก่อน เรียกว่าอะไร

a) ปัพพาชนียกรรม
b) ทิฏฐุชุกรรม
c) ปฏิสาราณียธรรม
d) อุพพาหิกกรรม
12. การทำสังคายนาครั้งที่ 2 แตกต่างจากทำสังคายนาครั้งอื่น ๆ ในเรื่องใดมากที่สุด

a) มีพระสงฆ์ร่วมประชุมสังคายนาจำนวนมาก
b) มีการคัดเลือกตัวแทน เพื่อเป็นผู้ตัดสินแทนองค์ประชุมทั้งหมด
c) มีการแบ่งพระเป็นวินัยวาทีกับอวินัยวาที
d) มีการอนุญาตให้ภิกษุณีเข้าร่วมประชุมสังคายนาด้วย
13. พระชาววัชชี ได้ทำสังคายนาของตนเองขึ้นต่างหาก ทำ ณ ที่ใด และผู้่ร่วมเท่าใด

a) เมืองปาวา 2000 รูป
b) เมืองปุปผนคร 10,000 รูป
c) เมืองไพศาลี 20,000 รูป
d) เมืองปาฏลีบุตร 5,000 รูป
14. เมื่อถือเอาวินัยที่เป็นเหตุให้เกิดสังคายนาครั้งที่ 2 เป็นเกณฑ์ พระสงฆ์ไทยส่วนใหญ่ ปฏิบัติแนวเดียวกับกลุ่มใด

a) กลุ่มพระยสกากัณฑกบุตร เถรวาท
b) กลุ่มมหาสังฆิกะ วัชชีบุตร
c) กลุ่มพระเรวตเถระ สถวีรวาท
d) กลุ่มพระชาวเมืองปาฏลีบุตร
15. หลังการทำสังคายนาครั้งที่ 2 สังฆมณฑลได้แยกเป็น 2 กลุ่ม และต่อมาแตกเป็นกี่นิกาย

a) 15
b) 18
c) 22
d) 24
16. นิกายใดต่อไปนี้ แตกออกจากสถวีรวาท

a) เอกวยหาริกวาท
b) กาศฺยปิยวาท
c) พหุศฺรุติยวาท
d) อุตตรเสลิวาท
17. ข้อใด ไม่ใช่นิกายของเถรวาท

a) สรวาสติวาท
b) มหิศาสกวาท
c) วัชชีบุตรวาท
d) อปรเสลิกวาท
18. วรรณคดีบาลีใดของฝ่ายเถรวาท ที่กล่าวถึงการแตกเป็นนิกายหลังสังคายนาครั้งที่ 2 อย่างละเอียด

a) มหาวงศ์
b) จูฬวงศ์
c) ทาฐาวงศ์
d) ทีปวงศ์
19. การแตกแยกเป็นนิกายต่าง ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุใด

a) ความเห็นไม่ลงรอยกัน
b) การไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน
c) การแทรกแซงทางการเมือง
d) การตีความพระธรรมคำสอนแตกต่างกัน
20. ข้อใดมีความสัมพันธ์กับการแตกแยกของพระพุทธศาสนามากที่สุด

a) เราเป็นผู้เลิศที่สุดในโลก เป็นผู้เจริญที่สุดในโลก
b) พระธรรมวินัย จะเป็นศาสดาแทนเรา
c) วินัยเล็ก ๆ น้อย ๆ หากสงฆ์ประสงค์ ก็สามารถถอนได้
d) สังขารไม่เทียง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
This is the feedback!
Back to Top